สินค้าแนะนำนายดิทคอดคอม
ค้นหา :

หน้าแรก ติดต่อสอบถาม
สถิติเว็บ
เริ่มต้น
ปรับปรุง
วันนี้
ทั้งหมด
สูงสุด
ผู้ออนไลน์
15/5/2552
8/27/2018
26
1739007
503
18
เมนูหลัก
ดัชนีสินค้า
สินค้าสุขภาพ (8)
รับจดเว็บไซต์ (1)
งานวิศวกรรม (1)
ชุดสีมอเตอร์ไซค์ (5)
การเกษตร (4)
ชา-กาแฟมะรุม (2)
Linkเว็บ
จดเว็บทำเว็บร้านค้าให้ฟรี (806)
ม.เฉลิมกาญจนารับตรง (707)
ขายอะไหล่และชุดสีมอเตอร์ไซค์ (994)
กาแฟเพื่อคนรักสุขภาพ (360)
ธุรกิจสร้างรายได้ทุกที่ ทุกเวลา (106)
ตรวจสินค้าส่งKerry (88)
ตรวจสินค้าส่งEMS (101)
รับทำและติดตั้งรางน้ำฝน (62)
เครื่องกรองน้ำติดตั้งง่าย (13)
เข้าระบบ
UserName :
Password :
สาระน่ารู้
ต้อหิน, ต้อเนื้อ, ต้อกระจก, วุ้นในตาเสื่อม, ตาไม่สู้แสง ,แสบเคืองคัน ,น้ำตาไหล ,แพ้ลมแพ้แสง ,ตามัว ,มองไม่ชัด ,ประสาทตาเสื่อม ,เยื่อบุตาอักเสบ

จำหน่ายสินค้าทั้งปลีกและส่ง
ต้อหิน, ต้อเนื้อ, ต้อกระจก, วุ้นในตาเสื่อม, ตาไม่สู้แสง ,แสบเคืองคัน ,น้ำตาไหล ,แพ้ลมแพ้แสง ,ตามัว ,มองไม่ชัด ,ประสาทตาเสื่อม ,เยื่อบุตาอักเสบ




























   ผลิตภัณฑ์ ดีคอนแทค (D-CONTACT)   นวัตกรรมเพื่อการดูแล บำรุงสายตา


    

 ผลิตภัณฑ์ ดีคอนแท็ค ( D-CONTACT)

ช่วยดูแลปัญหา:

สายตาฝ้าฟาง  ตามัว  มองไม่ชัด

เคืองคันแสบ  ต้อชนิดต่างๆ 

กลางคืนมองไม่ชัด  ประสาทตาเสื่อม

ตาแห้ง  เยื่อบุตาอักเสบ  วุ้นในตาเสื่อม 

  

 

 หมอชาวบ้าน คอลัมน์ รักษ์ "ดวงตา"

โดย ผศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ ประธานราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย

 
      วุ้นในลูกตาเสื่อม
                  
 วุ้นในลูกตาเสื่อม >>14 ล้านคน วุ้นในตาเสื่อม สาเหตุจากคอมฯและโทรศัพท์ ในคนที่เป็นโรคอาการวุ้นในตาเสื่อม เวลาลืมตาจะเห็นเป็นคราบดำ ๆ เหมือนหยากไย่ ลอยไปลอยมาเหมือนคราบที่ติดกระจก โดยจะเห็นชัดก็ต่อเมื่อมองไปยังภาพแบล็คกราวนด์ที่มีสีสว่าง เช่น ท้องฟ้าขาว ๆ ฝาห้องขาว ๆ ฝาห้องน้ำขาว ๆ จะเห็นเป็นคราบดำ ๆ ลอยไปลอยมา ในบางคน อาจมีอาการมากกว่านั้นคือ ประสาทตาฉีกขาด จะมองเห็นแสงแฟลชในที่มืด ไม่ว่าหลับตาหรือลืมตา ซึ่งอาการนี้น่ากลัวมาก ๆ และถึงขั้นนี้จะต้องผ่าตัด ซึ่งไม่มีอะไรรับประกันว่าจะดีเหมือนเดิมจะตาบอดหรือไม่ ⚠ สาเหตุของโรค การใช้สายตามากเกินไป หรือเพ่งจอคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ เป็นเวลานาน คือสาเหตุของโรควุ้นในตาเสื่อม
 
       ตาต้อ" เป็นกลุ่มของโรคตา "ต้อ"
 
 ตาต้อ มีลักษณะแตกต่างกัน วันนี้มาทำความรู้จัก "ตาต้อ" ด้วย 7 คำถามต่อไปนี้กันดีกว่า
 

 

 ✔1.โรคต้อของตามีกี่โรค และมีความแตกต่างกันอย่างไร ตอบ คำว่าต้อเป็นคำทั่วไปหมายถึงตา ดังนั้น เมื่อบอกว่าเป็นโรคต้อ ต้องระบุให้ชัดเจนว่าเป็นโรคต้อชนิดใด ที่พบบ่อย ๆ และควรทราบ เรียงลำดับตามความรุนแรงจากน้อยไปมาก ดังนี้ 
     1) โรคต้อลม (Pinguecular) มีลักษณะเป็นเยื่อสีขาวหรือขาวเหลืองบริเวณตาขาวข้าง ๆ ตาดำ เกิดจากการถูกสิ่งระคายเคืองต่อเยื่อบุตา (เช่น ลม ฝุ่น แสงแดด) มาเป็นเวลานาน มักทำให้มีอาการเคืองตาง่าย ไม่ทำให้ตามัวหรือบอด 
     2) โรคต้อเนื้อ (Pterygium) โรคต้อเนื้อเป็นโรคที่ต่อเนื่องมาจากโรคต้อลม แต่เยื่อบุตาลามเข้ามาถึงบริเวณกระจกตาดำ (cornea) เป็นลักษณะคล้ายเนื้อเยื่อสีขาวออกแดงบริเวณกระจกตาด้านหัวตาหรือหางตา เกิดจากการถูกสิ่งระคายเคืองมาเป็นเวลานานหลายปี ทำให้มีอาการเคืองตาและตาแดงบริเวณต้อเนื้อ เมื่อถูกสิ่งระคายเคือง ไม่ทำให้ตามัวหรือบอด 
     3) โรคต้อกระจก (Cataract) โรคต้อกระจกเป็นโรคที่เกิดจากการขุ่นของเลนส์แก้วตา (lens) ในลูกตา ทำให้การมองเห็นภาพมีลักษณะคล้ายเป็นหมอกหรือควันขาว ๆ บัง มักเป็นจากการเสื่อมสภาพของเลนส์ตาตามอายุ แต่อาจเป็นตั้งแต่กำเนิด หรือเกิดหลังอุบัติเหตุต่อดวงตาก็ได้ มักทำให้ตามัวมากขึ้นเรื่อยจนอาจมองไม่เห็นในที่สุดถ้าไม่ได้รับการรักษา 
     4) โรคต้อหิน (Glaucoma) ต้อหินเป็นโรคที่มีความดันในลูกตาสูงจากการระบายออกของน้ำเลี้ยงในลูกตา (aqueous) น้อยผิดปกติ ทำให้ลูกตาแข็งขึ้น จนกระทั่งกดขั้วประสาทตา (optic disc) ทำให้มีการเสียของลานสายตาการมองเห็น จนกระทั่งตาบอดสนิทได้ในที่สุด ส่วนโรคต้ออื่น ๆ ที่เป็นภาษาเฉพาะถิ่น เช่น ต้อลิ้นหมา คือต้อเนื้อ หรือโรคต้อลำไย คือต้อหินแต่กำเนิด เป็นต้น 

✔2.โรคต้อลม สาเหตุเกิดจากลม การใส่แว่นจะป้องกันโรคได้หรือไม่ 
ตอบ สิ่งระคายเคืองที่เป็นสาเหตุของโรคต้อลม เป็นไปได้ทั้งจากลม ฝุ่น หรือแสงแดดจ้า ๆ ซึ่งนอกจากจะเป็นสาเหตุของโรคต้อลมแล้ว ยังทำให้ผู้ที่เป็นต้อลมอยู่แล้ว มีอาการเคืองตามากขึ้น ซึ่งต้อลมจะลุกลามมากขึ้นเมื่อสัมผัสกับสิ่งระคายเคืองดังกล่าว แว่นตามักช่วยกันลมเฉพาะจากทางด้านหน้า จึงไม่เพียงพอต่อการป้องกันทั้งลม ฝุ่น และแสงแดด ดังนั้น คำแนะนำที่ดีที่สุดจึงควรให้ผู้ป่วยพยายามหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีลม ฝุ่น หรือแสงแดดจ้า ๆ จะเป็นประโยชน์มากกว่า 

✔3.โรคต้อเนื้อ เกิดจากการกินเนื้อ และหลังลอกต้อเนื้อควรงดอาหารประเภทเนื้อสัตว์จริงหรือไม่ 
ตอบ โรคต้อเนื้อ เกิดจากการเสื่อมสภาพของเยื่อบุตาบริเวณข้างตาดำ จากการสัมผัสสิ่งระคายเคือง เช่น ลม ฝุ่น แสงแดด แม้มีลักษณะคล้ายเป็นก้อนเนื้อ แต่ไม่ได้มีคามสัมพันธ์กับอาหารประเภทเนื้อ และการกินอาหารประเภทเนื้อหลังการลอกต้อเนื้อ ก็ไม่ทำให้แผลเกิดการอักเสบหรือเกิดต้อเนื้อขึ้นใหม่แต่อย่างใด

✔4.โรคต้อกระจกจำเป็นต้องเป็นทุกคนหรือไม่ ตอบ โรคต้อกระจกเกิดจากการเสื่อมสภาพของเลนส์แก้วตา ทำให้เลนส์แก้วตาซึ่งควรมีลักษณะใส กลับมีสีขาวหรือขาวอมน้ำตาลมากขึ้น เมื่อมนุษย์ทุกคนมีอายุมากขึ้นจะต้องเกิดการเสื่อมของเลนส์ตาทุกคน เมื่อการขุ่นของเลนส์ตามากขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดปัญหาตามัวจะเรียกว่าเป็นโรคต้อกระจก ดังนั้น มนุษย์ทุกคนจะต้องเป็นต้อกระจกแน่นอน แต่อาจเป็นตั้งแต่อายุมากน้อยแตกต่างกันในแต่ละบุคคล 

✔5.โรคต้อกระจกสามารถใช้ยาหยอดรักษาให้หายได้หรือไม่ ตอบ ปัจจุบันยังไม่มียาหยอดตา หรือยากินที่สามารถให้การรักษาโรคต้อกระจกให้หายขาดได้ การรักษาที่ได้ผลคือการผ่าตัด (หรืออาจเรียกว่าลอกต้อ) เอาเลนส์ตาธรรมชาติที่ขุ่นเป็นต้อกระจกออก และใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทนที่ โดยวิธีการเอาเลนส์ตาที่เป็นต้อกระจกออกอาจใช้วิธีดันออก หรือใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (ultrasound) สลายออกก็ได้ แต่ยังไม่มีการใช้แสงเลเซอร์ในการผ่าตัดโรคต้อกระจก 

✔6.โรคต้อหิน ต้องรักษาโดยการผ่าตัดเสมอไปหรือไม่ และการผ่าตัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ใด ตอบ โรคต้อหินมีหลายชนิด ดังนั้นการรักษาจึงมีหลากหลายวิธี เช่น การใช้ยาหยลอดตาลดความดันตา ยากินลดความดันตา การใช้แสงเลเซอร์ และการผ่าตัดโดยในกรณีที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ไม่ใช่การผ่าเอาหินหรือของแข็งใด ๆ ออกจากตา แต่เป็นการผ่าตัดเพื่อเปิดทางระบายน้ำเลี้ยงในลูกตา (aqueous) ออกจากลูกตา ทำให้ความดันตาลดลงและไม่เป็นอันตรายต่อขั้วประสาทตา 

✔7.โรคต้อต่าง ๆ เป็นโรคกรรมพันธุ์หรือไม่ ตอบ โรคต้อลมและต้อเนื้อ เป็นโรคที่เกิดจากการสัมผัสสิ่งระคายเคืองจึงไม่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม โรคต้อกระจกในผู้สูงอายุเกิดจากการเสื่อมของเลนส์แก้วตาตามสภาพ ไม่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่โรคต้อกระจกที่เกิดในเด็ก หรือเป็นแต่กำเนิดในบางรายอาจเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ส่วนโรคต้อหินอาจเป็นได้ทั้งเป็นและไม่เป็นโรคพันธุกรรม แต่ในผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคต้อหิน เมื่ออายุเกิน 40 ปี ควรได้รับการตรวจวัดความดันตากับจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อเฝ้าระวังโรคต้อหินที่อาจเกิดขึ้นได้


 

 ดีคอนแทค  ขจัดทุกปัญหาดวงตา!!

ผลิตภัณฑ์ดีคอนแทค Dcontact เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการของดวงตา 

🔸ท่านที่มีสภาพตาสั้นเทียม, สายตายาว, สายตาเอียง 
🔸ผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์มาเป็นระยะเวลานาน 
🔸ท่านที่มีจอสายตาแปรปรวนสภาพการณ์ที่เกิดจากโรคเบาหวาน 
🔸ผู้ที่ใช้ คอมพิวเตอร์ เป็นเวลานาน 

 

🔸ผู้ที่ขับรถยนต์เหรือผู้ปฏิบัติงานผู้ที่ทำหน้าที่ผลัดกลางคืนป็น ระยะเวลานาน (อย่างเช่น คนขับ taxi, คนขับรถขนของ) ผู้สูงอายุที่มีสายตาฝ้าฟางที่มีความโอนเอียงที่น้ำนัยน์ตาจะไหลเมื่อเหลือบเห็นแสงจ้า วุ้นในตาเสื่อมซึ่งเป็นเหตุให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง
🔸ผู้เป็นเยื่อบุดวงตาอักเสบ -ผู้ที่เป็นต้อกระจก, ต้อหิน, ต้อเนื้อ, ต้อลม -ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมากๆ ท่านที่มีอุปสรรคจอประสาทตา 
🔸คนที่เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดัน ไทรอยด์ ภูมิแพ้ สามารถทานได้ ไม่มีผลข้างเคียงใดๆทั้งสิ้น 
🔸ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์บำรุงดวงตา “ดีคอนแทค” สามารถป้องกันและแก้ปัญหาตามัว มองไม่ชัด และต้อทุกประเภทของคุณได้อย่างชัดเจน เห็นผลเร็ว รับประกันความพอใจ 100%
 
 

ส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์ ดีคอนแทค (D-CONTACT)


 ✅ สารสกัดจากดอกดาวเรือง  (มีสารLutein 30 มก.Zeaxanthin 0.9 มก.) 150 มก. 
✅ สารสกัดจากบิลเบอร์รี่ 30 มก. 
✅ สารสกัดจากส้ม(มีสารQuercetin) 30 มก. 
✅ ยีสต์สกัด 30 มก. 
✅ เบต้า-แคโรทีน 5 มก. 
✅ วิตามีน บี 2 2 มก. 
✅ เจลาติน 42.78 มก. 
✅ น้ำ 10.20 มก. 
✅ Brilliant Blue FCF 0.01 มก


 

🌟สารสกัดดอกดาวเรือง(ซานโทฟิว , ไคลป์ท๊อกซาติน) จากการศึกษากายวิภาคของมนุษย์พบว่าสารสีเหลืองในผนึกเลนส์ตาและจอประสาทตา macula lutea ส่วนใหญ่เป็นซานโทฟิว ,ไคลป์ท๊อกซาดิน ซึ่งองค์ประกอบ 2 ตัวนี้เท่านั้นที่สามารถจะผ่านเข้าไปในเลนส์ผนึกและจอประสาทตา lutea macula เพื่อเป็นอาหารบำรุง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจะสามารถคงอยู่ในตาเพื่อพื้นฟูดวงตาได้อย่างง่ายขึ้น ช่วยบรรเทาผลกระทบจากอนุมูลอิสระทีเป็นอันตราย ช่วยดูดซับแสงสีน้ำเงินที่เป็นอันตราย ต่อตาและหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บจากการลำแสงที่มากระทบดวงตาการเปลี่ยนแปลงของจอประสาทได้แล้วกลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้สูงอายุเสียประสิทธิภาพการมองเห็น

 แต่ถ้าพวกเขาสามารถบำรุงดวงตาด้วยการเสริมซานโทฟิวและไคลป์ท๊อกซาตินเข้าไปก็จะเป็นประโยชน์ในการรักษาสายตาของพวกเขา และอาจลดอุณหภูมิ เลนส์ของจอประสาทตาและเลนส์ตาด้วย และยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดต้อกระจกด้วย ส่งเสริมการมองเห็น เมื่อแสงสว่างและออกซิเจนมากระทบลูกตาจะทำให้เกิดอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดอันตรายต่อดวงตาแต่ซานโทฟิว ซึ่งเป็นสารอนุมูลอิสระเข้มข้นสูงมากจะช่วยกรองแสงสีน้ำเงินและลดการเกิดปัญหาที่จะทำให้การมองเห็นที่ไม่ดีทำให้การมองเห็นชัดเจนแม่นยำมากขึ้น ป้องกันจอตา จอตาประกอบไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัว (DHA) ดังนั้นซานโทฟิวเป็นสารที่มีประโยชน์สำหรับจอตาช่วยในการหลีกเลี่ยงการถูกทำร้ายโดยการทำปฎิกริยาออกซิเดชั่นเมื่อจอตาจะรับแสง ลดการเกิดต้อกระจก ซานโทฟิวซึ่งเป็นแคโรทีนตัวเดียวเท่านั้น ที่สามารถอยู่ในผนึกเลนส์ตาได้อนุมูลอิสระจะมาทำลายโปรตีนในเลนส์ตาและก่อให้เกิดต้อกระจก ช่วยรักษาการรับสีของตา เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการรับสีของจอตาผิดปกติ เซลล์รับแสงรูปแท่งและรูปพีระมิดจะเกิดน้อยลงหากเราเสริมด้วยซานโทฟิวก็จะช่วยในการรับสีของจอตาได้ดีขึ้น นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแคโรทีนนอยส์สามารถทำงานโดยใช้รวมกับองค์ประกอบอื่นๆหากใช้แยกองค์ประกอบหนึ่งก็จะไม่สามารถช่วยในการฟิ้นฟู การต่อต้านได้ ดังนั้นอาหารเสริมใช้ร่วมกันจะให้ผลดีมากขึ้น 
 
 

 
 🌟เบตาแคโรทีน เป็นองค์ประกอบตั้งต้นพื้นฐานของวิตามินเอ เรียกว่า “วิตามินของลูกตา” ซึ่งมันจะช่วยรักษาให้ดวงตามีสุขภาพที่ดี เสริมสร้างระบบการมองเห็น ช่วยส่งเสริมการผลิตเม็ดสีแสง intraocular เสริมสร้างสายตาให้ดีขึ้น และป้องกันตาบอดสีกลางคืน นอกจากนี้ยังอาจเสริมสร้างการทำงานของตาในการแยกแตกต่างของสี 

🌟วิตามินบี 2 อาจถือได้ว่าเป็นอาหารเสริมเหมาะสมแก่การสร้างความเจริญเติบโตให้แก่คนทั่วไปที่แตกต่างวัยกัน บุคคลที่ขับรถเวลากลางคืนเป็นประจำ หรือผู้สูงวัย

.......................



หมวด สินค้าสุขภาพ
สร้อยข้อมือเพื่อสุขภาพ
ตาเสื่อม โรคฮิตของคนยุค 4.0
5 อาการปวดหลัง ที่บ่งบอกโรค
สมาธิสั้นในผู้ใหญ่
ปรับสมดุลย์ร่างกาย, ดูแลสุขภาพ, บำรุงตับ, ปรับความดัน, ความดันสูง, ความดันต่ำ, มะเร็ง, เบาหวาน, ความดัน, สะเก็ดเงิน, SLE, โรคพุ่มพวง
DGlucan ดีกลูแคน : เพิ่มภูมิคุ้มกัน, ภูมิแพ้, บำรุงตับ, มะเร็ง
DBoon ดีบูน : เสริมมวลกระดูก, กระดูกพรุน, กระดูกบาง, เพิ่มความสูง

หน้าแรก

Copyright © นายดิทคอดคอม All Rights Reserved.