สินค้าแนะนำนายดิทคอดคอม
ค้นหา :

หน้าแรก ติดต่อสอบถาม
สถิติเว็บ
เริ่มต้น
ปรับปรุง
วันนี้
ทั้งหมด
สูงสุด
ผู้ออนไลน์
15/5/2552
8/27/2018
13
1740728
503
11
เมนูหลัก
ดัชนีสินค้า
สินค้าสุขภาพ (8)
รับจดเว็บไซต์ (1)
งานวิศวกรรม (1)
ชุดสีมอเตอร์ไซค์ (5)
การเกษตร (4)
ชา-กาแฟมะรุม (2)
Linkเว็บ
จดเว็บทำเว็บร้านค้าให้ฟรี (809)
ม.เฉลิมกาญจนารับตรง (899)
ขายอะไหล่และชุดสีมอเตอร์ไซค์ (1011)
กาแฟเพื่อคนรักสุขภาพ (367)
ธุรกิจสร้างรายได้ทุกที่ ทุกเวลา (110)
ตรวจสินค้าส่งKerry (91)
ตรวจสินค้าส่งEMS (106)
รับทำและติดตั้งรางน้ำฝน (64)
เครื่องกรองน้ำติดตั้งง่าย (17)
เข้าระบบ
UserName :
Password :
สาระน่ารู้
รายละเอียดข่าวสาร


เรื่องที่คนเล่นพระต้องรู้ แต่เซียนพระไม่อยากอ่าน

 

เมื่อสมันน้อยๆ หาญกล้าวิจารณ์เรียน(เรื่องที่คนเล่นพระต้องรู้แต่เซียนไม่อยากอ่าน)

วันนี้เรามามองเซียนพระเครื่องกันดีกว่า แต่ขอออกตัวก่อนนะครับว่า เซียนที่ดีก็มีครับแต่น้อยมากๆเฉลี่ยร้อยละไม่เกิน 10 คนครับ

บทความนี้เขียนขึ้นจากการที่ รู้เห็นการกระทำของคนในวงการพระทั้งที่เป็นที่ยอมรับและไม่ยอมรับของสังคมเป็นระยะมาหลายสิบปี ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ให้เพื่อนนักนิยมพระทั้งหลาย รู้จักการวางตัวและการคบหากับเซียนเล็กเซียนใหญ่ทั้งหลายให้ถูกต้องและอย่าได้ถลาลึก จะได้รอดจากปากเหยี่ยว ปากกา หรือสมควรเรียก เสือ สิงห์ กระทิง แรด จะถูกต้องกว่า....

1.ความเป็นเขี้ยวลากดิน

ความเป็นเขี้ยวลากดินนี้ในวงการพระก็เป็นเรื่องแปลก ไม่มีใครสอนหรือเปิดอบรมแต่มันเป็นขึ้นมาเองโดยสิ่งแวดล้อม เรียกตามแนวศิลป์อาจจะเรียกว่า สืบทอดกันมาโดยจิตวิญญาณ 55 อันนี้มองเป็นเป็นรูปธรรมได้ไม่ต้องใช้ความรู้สึก เช่น เวลาท่านนำพระแท้ๆไปแห่ขาย(ขอให้เป็นพระที่วงการเล่นหากัน เอาเป็นว่าพอนิยมกันนะครับ) จะได้คำวิพากวิจารณ์และการตีสีหน้าของเซียนเวลาส่องพระ ไม่รู้ท่านพวกนี้ทำไมต้องทำสีหน้าเครียดเหมือนเวลาญาติสนิทตัวเองป่วยไม่ทราบ พร้อมกับถามว่า “ตีไว้เท่าไร” (อันนี้คือเรียกว่ากฎหัวขาด ห้ามให้ราคาก่อนเผื่อคนเอาพระมาขายเป็นเอ๋อ) พอเราบอกไปจะได้ยินคำพูดต่อคือ “ลดได้เยอะมั้ย” พร้อมคำวิพากวิจารณ์แบบเรียกว่า เจ้าของพระได้ยินแล้วอยากจะขว้างพระตัวเองทิ้งตอนนั้นเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปซะเลย เมื่อพูดคุยถึงจุดสุดท้ายราคาที่ได้คือ ราคำที่ต่ำกว่าราคาขายท้องตลาด หาร 2 หาร 3 นู่น..........

2.มาดเหลือแดรกกก....มากับเล่ห์เพทุบาย..

อันนี้ก้อต่อเนื่องจากข้อแรก คือเวลาเจอพระก้ำกึ่งหรือพระที่ดูยาก หรือพระที่ มีการสร้างคล้ายกันหลายสำนักแต่ตีไม่ออกว่าที่ไหน จะมีการกวักหรือโทรเรียก(อันนี้ตัวผมเรียกว่า เซียนรับเชิญ) เซียนสายตรงเป็นท่อมา ฮาๆๆๆๆ คราวนี้เรารอสักแป๊ป ก็จะเห็นเซียนที่ถูกเชิญมา ทั้งท่าเดิน ที่บางคนก็เดินถ่างขา ดูเหมือนคนเป็นซิฟิลิส(โรคคนแก่รุ่นเก๋า)ยังไงยังงั้น พร้อมสีหน้าเครียดอีกเหมือนกัน(คราวนี้ตีสีหน้าเหมือนรู้ว่าเมียมีชู้) พวกนี้ดูดีๆก็น่าสงสารเหมือนกันนะครับ รูปร่างหน้าตาส่วนใหญ่มักผิดระเบียบส่วนใหญ่หน้าตาน่ากลัวทั้งนั้น ชะลอยจะเหมือนคนโบราณว่า บุญทำกรรมแต่งเมื่อทำชั่วมากๆหน้าตาก็จะเริ่มเปลี่ยนไปในด้านมืด ภาษาอังกฤษเรียกDark Side 55(มองดูไม่น่าคบแววตาจะระแวดระวังตัว แต่ก็คอยมองหาเหยื่อเช่นกัน(ก็กลัวงาบโดนกระดูกติดC-4) ดีอยู่อย่างพวกนี้ส่วนใหญ่ได้เมียหน้าตาดี อิอิ..แล้วก็เหมือนเดิมครับ..คำพูดคำวิจารณ์ไม่ต่างกับเซียนท่านแรกแต่ที่มาแปลก คือคำตัดสิน ผมเคยนำกริ่ง หม้อน้ำมนต์โต เจ้าคุณศรี(สนธุ์) วัดสุทัศน์ไปปล่อยที่ท่าพระจันทร์ อ้ายเซียนรับเชิญ กลับตีเป็น ล.พ.ห้อง วัดช่องลมซะฉิบ! ซึ่งราคาค่านิยมต่างกันริบ แต่มันคงเป็นสันดานที่เห็นแก่ได้ที่ขาดซึ่งความสำนึก ที่สืบทอดต่อกันมาเป็นรุ่นๆ ดีนะครับที่ไม่ได้ขายไป แต่นำมาลงหนังสือขายได้เงินหลายหมื่นพวกท่าพระจันทร์ตอนนั้นตีเป็น ล.พ.ห้อง วัดช่องลมให้สี่ห้าพัน...

3.บุญคุณไม่ตอบแทน.....แต่ ถ้าม รึ งแร้นแค้นกรู..ไม่คบ

เมื่อสมัยก่อน ประมาณปี2536-2540 ผมเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง พอมีเงินหมุนสบาย และชอบเช่าพระเก็บไว้ เช่น สาย ล.พ.พรหม, สาย วัดปากน้ำ, ล.ป.โต๊ะจนสนิทกับเซียนสายตรงท่านหนึ่งเพราะเช่าพระเขาเป็นเงินหลายๆแสน ในสาย ล.พ.พรหม ซึ่งตอนนั้นพระ ล.พ.พรหม ราคาไม่แพงมากเรียกว่าซื้อง่ายขายคล่อง มีพระ ล.พ.พรหม เป็นจำนวนมาก เมื่อตอนเซียนท่านนั้นจะซื้อบ้าน แต่ยังขาดสภาพคล่อง ได้เอ่ยปากขอยืมเงิน200,000.-เดือนกว่าจะให้คืน ผมหยิบเช็คเซ็นต์ให้ทันที โดยไม่คิดดอกเบี้ยและบอก มีเมื่อไรค่อยคืนก็ได้ แต่ประมาณเดือนกว่าก็ได้คืนครับ ก็นับว่าเครดิตเซียนท่านนี้ใช้ได้ทีเดียว จนมาถึงเมื่อพิษเศรษฐกิจ ปี2540 เกิด นักธุรกิจล้มระเนระนาด ผมก็เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เดือดร้อนมากที่สุด ได้นำพระ ล.พ.พรหม ที่มีเป็นกล่องๆไปขายให้เซียนท่านนั้นเพื่อนำไปจ่ายค่าวัสดุก่อสร้างและค่าแรงงาน แต่คำตอบที่ได้คือ “ไม่อยากตีราคาให้คุณ..(ชื่อผม)..เลย ฝากที่ร้านขายให้ดีกว่านะ” อันนี้ผมเข้าใจครับเพราะถ้าเขาตีราคาให้ก็คงต่ำกว่าท้องตลาดเป็นครึ่งๆจึงไม่กล้าตีให้ แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งผมเคยเอ่ยปาก ขอยืมเงิน แค่ 3000บาท แต่คำตอบที่ได้คือ การปฏิเสธ อันนี้ขอเตือนเป็นข้อคิดนะครับว่า เซียนท่านนั้นคงเห็นผมตกอับ แล้ว ซึ่งผิดกับเมื่อก่อนก็เลยไม่กล้าให้ยืม ชะลอยจะคิดว่าแต่ก่อน กรูยืมมึงเป็นแสน มรึงมีให้ แต่ตอนนี้ มรึงกับมายืมกรูแค่สามพัน 55 เรื่องไรกรูจะให้ ยังมีอีกคนครับเคยกู้เงินผมๆก็คิดดอกร้อยละ3 โดยไม่มีสัญญาหรือสิ่งค้ำประกันใดๆทั้งสิ้น ไปเป็นเงินหลายหมื่น ไม่มีต้นให้ก็ส่งแต่ดอกมาครับ เรียกว่าไม่มีกำหนดส่งต้น คนนี้หลายเดือนครับกว่าจะได้ต้นคืนแต่ก็ได้ครบครับไม่มีปัญหาใดๆ แต่ในยามที่ผมเดือดร้อนและเซียนท่านนี้มีเงินทองมากมาย เฉพาะพระในตู้ที่มีทั้งเลี่ยมทองและตลับทองคิดแค่ทองคำอย่างเดียวก็น่าจะหลักหลายแสนขึ้นครับ วันนั้นผมถือพระชินราชอินโดจีนไปห้าองค์ มูลค่าตามท้องตลาดน่าจะสองถึงสามหมื่นขึ้น ผมยื่นให้เขาพร้อมพูดว่า “เราขอยืมเงิน12,000 เราวางพระห้าองค์นี้ไว้ เป็นประกันให้ คิดดอกเท่าไรคิดไป” แต่คำตอบที่ได้คือ “สมัยนี้ใครจะเอาเงินมารับจำนำพระ เงินจม เอาไว้ซื้อพระไม่ดีกว่าหรือ ทำไมไม่ขายไปเลย” นี่คือสันดานของเซียนที่เห็นแต่ผลประโยชน์ที่ยามเรามีเงิน กับไม่มีเงิน ความสัมพันธ์ย่อมไม่เหมือนกัน แต่ยังดีครับเมื่อคราวนั้นยังมี คุณ อุ๊ กรุงสยาม เมื่อคราวที่ เปิดสำนักงานอยู่ข้างวัดราชนัดดา แล้วตอนนั้นมีนิตยสารกรุงสยาม กับนิตยสารในเครือ หัวใหม่ชื่อ “ราคา&พระเครื่อง” ออกมาวางแผง..ได้ลงพิมพ์ว่ารับจำนำพระ โดยคิดดอกร้อยละ5 ซึ่งผมถือว่าไม่แพงเลยถ้าไปเทียบกับการที่เราจะเอาไปขายแล้วโดนกดราคา และบางครั้งมันก็ไม่ใช่ราคาเพียงอย่างเดียว ผมว่านักนิยมพระทุกคน จะต้องมีพระที่ตัวเองรักอยู่ ไม่องค์หนึ่งก็หลายๆองค์ แต่เมื่อถึงคราวจำเป็นต้องใช้เงิน การจำนำพระไว้กับร้านที่เชื่อถือได้ เพื่อเอาเงินมาแก้ขัด ก็ยังเป็นทางออกที่ดี ซึ่งตอนนั้นผมจำนำพระชุดนี้เป็นปีครับ ส่งดอกครั้งละเดือนบ้าง ถ้าไม่มีก็ขอส่งดอกครึ่งเดือนบ้างทางร้านก็ไม่ว่าอะไร โดยโทรบอกเสมียนผู้หญิง(น่าตาน่ารักดี โทษทีที่จำชื่อเธอไม่ได้แล้ว) ว่าโอนดอกเบี้ยมาให้แล้วนะ เรียกว่าความคิดที่จะยึดพระลูกค้าไว้ไม่มีแน่นอน ซึ่งก็ถือว่าคุ้มตอนหลังผมขายพระชุดนี้ให้เพื่อนได้เงินมาหลายหมื่น ถ้าตอนนั้นขายให้เซียนไปคงได้ไม่เท่าไร ผมไม่รู้ว่า เดี่ยวนี้ ทางคุณ อุ๊ ยังให้บริการด้านนี้อยู่อีกไหมเพราะมันผ่านมาหลายๆปีแล้ว แต่ถ้ามีผมว่าช่วงนี้ก็เป็นโอกาสดีนะครับ

4.ไม่มีมิตรและศัตรูที่ถาวร

อันนี้เหมือนนักการเมืองน้ำเน่าปัจจุบันเป๊ะ....คนพวกนี้พอผลประโยชน์ร่วมกันก็กินเที่ยวด้วยกัน แต่พอผลประโยชน์ขัดกันก็โจมตีกันเอง เรื่องนี้ทุกท่านน่าจะเคยเจอ ถ้าสนิทกับตู้ไหน จนพอไว้เนื้อเชื่อใจก็จะได้ฟังเรื่องเล่าเค้ามหากาพย์ ไม่รู้จบ โจมตีกันไปมา

5.องค์เดียวกัน 15 นาที เปลี่ยนเป็น รุ่นอื่น

เคยเดินเล่นในบางลำพูงามวงค์วาน(ชื่อเมื่อก่อน)เผอิญเดินผ่าน ตู้หนึ่ง (มีชื่อเสียงในสายเครื่องรางพอสมควร) เห็นมีคนเอากะลาแกะ รูปราหูมาปล่อย ผมปาดตามองเห็นพระเลี่ยมพลาสติกอยู่ โดยจับขอบชิ้นกลางเป็นสีเหลือง ก็มองไว้ แต่ดูไม่เป็นหรอกครับ ได้ยินเสียงเซียนต่อรองกับผู้นำมาปล่อยว่าราคามันแรงไป แค่ ล.พ.ปิ่น ยุคต้น..ตอนนั้นผมยืนหันหลังให้เขาเพราะแกล้งทำเป็นส่องพระจากแผงขาจรอยู่ ซึ่งวันนั้นมีตลาดนัด ก็ฟังไป จนเขาตกลงราคาซื้อขายกันแค่ 800 บาท ในใจตอนนั้นผมก็อยากได้พระราหูมาใช้เสริมดวงอยู่เหมือนกัน คิดว่า ซื้อต่อคงไม่แพงมากแต่จะเข้าไปซื้อตอนนั้นเลยก็น่าเกลียด เลยแกล้งเดินไปที่อื่น รอบๆนั้น อีก 15 นาที เดินกลับมา ผมมายืนหน้าตู้ แล้วถามว่า “พี่ครับ ราหู องค์นี้ ของ ที่ไหนครับ” “องค์นี้กะลาแกะ ล.พ.น้อย ครับ”เซียนท่านนั้นตอบเล่นมาผมตัวชาไปเลย แต่ก็ยังรวบรวมสติท่ามกลางความตกตะลึง ถามกลับออกไปว่า“เท่าไรครับ”“22,000 ครับ” ตอนนั้นแทบล้มทั้งยืนเลยครับ ผมจำพระได้ครับ เลี่ยมกรอบพลาสติคจับขอบชั้นกลางเป็นสีเหลืองและในตู้มีองค์เดียวที่เลี่ยมแบบนี้ ไฉนจาก ล.พ.ปิ่น ผ่านไปไม่ถึง15นาที มันเป็น ล.พ.น้อย ได้ไง(วะ)แล้วราคานี่...อ่ะ มันพุ่งทะลุเพดานห้างไปชนโลกพระจันทร์จนต้องหาช่างมาซ่อมหลังคาห้างขนาดนั้นเชียวหรือ 800 เป็น 22000.-โอว์......อาร์....อูว์........

6.เพื่อนช่วยเพื่อน น้อยกว่านี้ได้ไง (พระของเพื่อนข้า ใคร! อย่าแตะ)

เมื่อหลายปีก่อน เซียนสายตรงเป็นท่อท่านหนึ่ง(ความจริงโดน2ถ้าไม่มีใครมานั้งมากกว่านี้) มีนิวาศสถานอยู่บนห้างๆนึง โดนพระสาย ท้องถิ่นตัวเอง(ถ้าบอกว่าเป็นพระกรุไหน จะรู้กันทั้งห้างเลย) ซึ่งเป็นหระหลักจัดอยู่ในความนิยมอันดับต้นๆ คราวนั้นโดนของยอดฝีมือปาดจนคอแทบขาด กว่าจะรู้เพราะคนที่นำมาปล่อย เอามาบ่อยอีกครั้งเลยชักเอะใจ เพราะซื้อขายกันครั้งแรกก็หลักหลายล้านไปแล้ว พอมารู้ก็ไม่รู้ทำไง เพราะพระที่ซื้อมาก็ปล่อยให้ลูกค้าไปหลายองค์แล้ว คราวนี้ปัญหามันอยู่ที่งานประกวดนี่ซี...เมื่อมีการนำพระกรุนี้(ซึ่งสุดท้ายคือพระเก๊นำมาส่งประกวด)กรรมการที่รับพระสายนี้ ท่านหนึ่งรู้ว่าพระองค์นี้ ซื้อมาจากที่ไหน(ก็ข่าวดังขนาดนั้น)จึงถามท่านประธานผู้จัดว่าจะทำไง สิ่งที่ได้ยินคือ “อ้าย.....มันโดนมา ช่วยรับหน่อยแล้วกัน”5555 น้ำใจช่างเป็นเลิศประเสริฐศรีดีแท้ทีเดียวเชียวนะมรึง......(กรณีนี้มีหลายครั้ง หลายเหตุการณ์ครับ จนเป็นเรื่องธรรมดาของกรรมการรับพระไปแล้ว)

7.ขึ้นทำเนียบ จับตาย!!!

เรื่องนี้แยบยลนิดหน่อย เพราะเกิดจากกลุ่มเซียนกลุ่มหนึ่ง จริงๆก็มีหลายกลุ่มแหละ เมื่อมีชื่อเสียง ก็ต้องทำหนังสือพระ(ที่เป็นปกแข็งหรือปกอ่อนแบบเฉพาะกิจ ไม่ใช่นิตยสารรายปักษ์หรือรายเดือน)ขึ้นมา อันถือว่า ขึ้นทำเนียบเซียนใหญ่ เพราะมีหนังสือปกแข็งในนามของตัวเองขึ้นมา เช่น เฉพาะกิจ ล.พ......... เฉพาะกิจ พระกริ่ง...... อะไรทำนองนี้ คราวนี้ได้การครับ กลุ่มตัวเองบางคนเห็นแก่ผลประโยชน์ โดยไม่เห็นแก่ความเดือดร้อนของชาวบ้าน ก็นำพระเก๊ยัดเข้ามาผสมโลง อาร์......คราวนี้พระเก๊ก็แทบเป็นพระแท้ไปโดยปริยายเพราะได้ลงหนังสือมีหลักฐานอ้างอิง แถม จัดทำโดยเซียนพระชื่อดังด้วย คนได้ซื้อพระไปก็อดที่จะภูมิใจไม่ได้ที่พระที่ตัวเองซื้อมาได้ลงอยู่ในหนังสือ....แต่คนขายก็ยิ้มอยู่ในใจเช่นกัน 555

8.งานบุญไม่อาราธนาศีล

พวกนี้งานบุญที่ไหน จะเลี่ยงอาราธนาศีลในข้อ 4 เป็นส่วนใหญ่ ก็ไม่รู้เพราะอะไร (ท่านผู้อ่านไปคิดดูเอาเอง)เวลาไปร่วมงานบุญ พอพระสงฆ์ท่านท่องมาถึงข้อที่4นี้ พวกนี้จะเงียบกริบ ไม่ยอมรับศีล (ไม่เชื่อลองสังเกตดู)

9.พระที่เซียนซื้อบางครั้งก็ไม่แท้เสมอไป(รู้ว่าเขาหลอก แต่เต็มใจให้หลอก)

เพราะบางทีเซียนใหญ่ก็ซื้อพระเก๊ไป ทั้งๆที่รู้ว่าเก๊(ในราคาที่ไม่ถูกนะครับ) เพราะพระนั้นเป็นพระที่ทำออกมาดีเรียกว่า เล่นได้ อันนี้ไม่เรียกว่าโดนนะครับ แต่ต้องเรียกว่า เต็มใจมากกว่า ผมเคยถามทำไมถึงซื้อ แล้วได้คำตอบที่ดูดีว่า “เอาไว้ดู เป็นตัวอย่าง” แถมยังซื้อแพงซะด้วยยกตัวอย่าง เช่น พระกรุๆหนึ่งของแท้ซื้อขายกันองค์ละหลายแสน แต่พอเจอพระฝีมือที่มีคนนำมาจะยิง ก็ออกตัวล้อฟรีไว้ก่อนเลยครับ “ขอไปเล่นน่า เท่านี้ได้ไหม” บางทีงงครับราคาของเก๊ เซียนซื้อเป็นหมื่น(บางทีหลายหมื่นด้วยซ้ำ) เสี่ย เน๊กไท ทั้งหลายที่ชอบซื้อกับเซียนหย่ายก็พึงสังวรไว้บ้างนะครับ

10.เซียนก็อยู่รูได้เช่นกัน (เมื่อเซียนกลายเป็นผีและผีกลายเป็นสาง นี่คือสุดยอดแห่งเซียน)

เกือบ10ปีแล้วเห็นจะได้มั้ง เซียนริมน้ำชื่อดังท่านหนึ่ง มีฝีมือในการเล่นพระสายเกจิ ลึกๆ แต่ดวงดาวลิขิตให้มาต้องติดการพนัน เป็นหนี้ปั๊วบอลนับล้าน ต้องหนีหัวซุก หัวซุน จนเซียนท่านนี้กลายเป็นผี ต้องหลบๆซ่อนๆ แต่เขา เก่งทั้งในเรื่องพิมพ์พระ และเนื้อพระ ก็เลยเสกพระเกจิชุดนึงเป็นพระยอดฝีมือออกมา(ผมเคยเห็นทุกขั้นตอนในการพิมพ์พระและทำพระให้เก่า โดยเพื่อนที่คบกันมานานที่เป็นผีสนามพาเข้าไป) อาละวาดครั้งแรกในถิ่นของตัวเองเรียกว่า โดนกันระนาว เพราะชุดแรกให้เด็กหรือผู้หญิงถือไป(นัยว่า ถ้าเด็กหรือผู้หญิงถือไป เซียนใหญ่ น้อยทั้งหลายจะระวังตัวน้อยลงแต่ตอนนี้คงไม่แล้วมั้ง) ได้ผลชุดแรก ถล่มเซียนใหญ่น้อยจนยับ และทุกวันนี้จากผีกลายเป็นสาง ได้ส่งพระฝีมือ ออกมาเป็นระลอกๆ จนมีชื่อเสียงทางด้านนี้เป็นอย่างมากและเป็นที่ทราบกันว่า หากพระเก๊ยอดผีมือนี้ส่งไปยิงผู้ใด สางตนนี้มักจะ ทราบเรื่องราวเสมอ ว่ามาจากสายไหน (มีหลายกลุ่ม หลายสาย บางกลุ่มก็ผลิตของฝีมือออกมาตามใบสั่งของเซียนใหญ่ที่มีผู้นับหน้าถือตาด้วยซ้ำ อนิจจา.....)และนี่คือผีที่กลายเป็นสางที่เซียนกลัวที่สุดตนหนึ่งเลยทีเดียว

บทสรุป

ทั้งหมดที่ผมรวบรวมมานั้น เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง เรื่องลึกกว่านี้ยังมีอีกเยอะถ้านำมาเล่า กลัวว่าสังคมพระส่วนใหญ่จะรับไม่ได้ แต่ก็น่าจะพอเป็นประโยชน์ในการวางตัว และคบหากับเซียนบ้างนะครับ แต่อย่างที่บอก เซียนดีๆก็มี แต่น้อยครับ จึงไม่มีตัวอย่างในทางที่ดีมาเล่าให้ฟังได้มากเท่าไร หากใครมีประสบการณ์ในด้านดีๆ ก็นำมาเล่าสู่กันฟังในเวปบ้างก็จะดี เซียนคนไหนที่อยู่ข่ายที่เล่ามาก็สมควรจะสำเหนียกปรับปรุงตนเองเสียใหม่ ให้วงการพระเครื่องเป็นที่พึ่งพาของผู้ที่เดือดร้อนได้อีกทางหนึ่ง โดยไม่ถูกริดรอนสิทธิ์และเอาเปรียบมากจนเกินไป ใจเขาใจเรา...ครับ

 

 

*กลยุทธต้มหมูให้อร่อย*

สิบกว่าปีก่อนมีอยู่วิธีหนึ่งที่เสี้ยนไข่น้อยใหญ่ทั้งหลายนิยมใช้กัน แหล่งข้อมูลบอกว่ายุทธวิธีนี้ใช้กันอย่างเมามันส์ ณ สนามใหญ่ท่าพระจันทร์ กรุงบางกอก แห่งสยามประเทศ

สมมุตินามตามท้องเรื่องชื่อ นาย-หมู นามสกุล-ลงอวย เดินทางไปยังสถานอโคจรแห่งหนึ่งซึ่งคนทั่วไปรู้จักกันในนาม "ท่าพระจันทร์"

นายหมู ลงอวยนำพระเครื่องที่ตนมีอยู่ราคาหลายหมื่นบาทไปขาย ณ สถานที่อันทรงเกลียดแห่งนั้น

นายหมู ลงอวยย่างก้าวเข้าไปปุ๊บ ก็มีเสี้ยนพระไข่น้อยเดินเข้ามาต้อนรับพร้อมกับพ่นน้ำลายออกมาว่า "มีพระอะไรมาดูมั้ยครับ"

นายหมู ลงอวยนึกดีใจที่พอก้าวเข้ามา ณ สถานที่อันทรงเกลียดปั๊บก็ได้รับการต้อนรับจากเจ้าถิ่นเป็นอย่างดี

ไม่รอช้านายหมู ลงอวยรีบหยิบพระราคาหลายหมื่นส่งให้เสี้ยนไข่น้อยดูอย่างเต็มใจ

เสี้ยนไข่น้อยหลังจากได้ดูพระแล้ว สมองซีกที่ปลูกฝังความชั่วที่ไม่รู้ว่ามีมาแต่กำเนิดหรือเพิ่งจะเกิดตอนเข้าวงการก็ประมวลผลอย่างอัตโนมัติ

"ตีไว้เท่าไรครับพี่" เสี้ยนไข่น้อยพ่นน้ำลายรอบที่สองและจะมีอีกรอบต่อๆไป

"สามหมื่นครับพี่" เสียงนายหมู ลงอวยตอบอย่างมั่นใจเพราะสืบราคามาก่อนแล้ว

"ห้าพันขายมั้ยพี่พระรรุ่นนี้ตอนนี้ราคาตก" เสี้ยนไข่น้อยวางเบ็ดล่อเหยื่อ

"ไม่ได้หรอกครับ เห็นเค้าเล่นกันตั้งหลายหมื่น พี่ตีให้ผมแค่ห้าพันเอง" นายหมู ลงอวยโชว์ภูมิอย่างองอาจ

"งั้นไม่เป็นไรพี่ลองดูเจ้าอื่นก่อนละกัน ผมให้ได้แค่นี้จริงๆ"

นายหมู ลงอวยรับพระคืนแล้วก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อจะได้เจอเสี้ยนที่หญ่ายกว่าและรับซื้อราคาดีกว่าเพราะมั่นใจว่าตนเองเช็คราคามาไม่ผิดแน่นอน

นายหมู ลงอวยเดินเข้าไปในแผงพระที่สอง โดยมั่นใจว่าขายได้แน่ แต่..

เสี้ยนไข่ย้อย เสี้ยนรายที่สองรับพระไปดูแล้วส่งกลับ พร้อมกับพูดว่า "ยังไม่ชอบครับ"

นายหมู ลงอวยเองนั้นพอจะทราบมาว่า ถ้าเสี้ยนคนใดดูพระแล้วมีความเห็นว่าพระองค์นั้นเก๊ก็จะตอบอย่างเลี่ยงๆว่า "ยังไม่ชอบ"

นายหมู ลงอวยไม่สนใจในคำตอบของเสี้ยนไข่ย้อย เดินหน้าต่อไปจนพบเสี้ยนไข่ยานคนหนึ่ง

นายหมู ลงอวยไม่รอช้ารีบส่งพระให้เสี้ยนไข่ยานดูโดยเร็ว

"ยังไม่ชอบครับพี่ ขอบคุณครับ" เสี้ยนไข่ยานเอ่ย ซึ่งเป็นคำตอบเดียวกันกับที่ได้ยินมาจากปากเสี้ยนไข่ย้อยเมื่อตะกี้นี้เอง

นายหมู ลงอวยไม่ย่อท้อ คราวนี้แกกวาดสายตาพุ่งเป้าไปที่ศูนย์พระเครื่องที่ดูดีมีมาตราฐาน มีสติ๊กเกอร์ ISO (ย่อมาจาก อดโซ) อย่างมุ่งมั่น

นายหมู ลงอวยดูจนมั่นใจแล้วว่าศูนย์นี้โอเคไม่มีปลิ้นปล้อนกะล่อนตอแหลเป็นแน่แท้

รีบจ้ำพรวดๆเข้าไปและส่งพระให้เสี้ยนไข่ทั้งหญ่ายทั้งยานดู

"ยังไม่ถูกใจนะน้อง มีอย่างอื่นอีกมั้ยครับ" เสี้ยนไข่ทั้งหญ่ายทั้งยานตอบอย่างสุภาพ

นายหมู ลงอวยคิด..เสี้ยนไข่ย้อยก็แล้ว เสี้ยนไข่ยานก็แล้ว เสี้ยนไข่ทั้งหญ่ายทั้งยานก็แล้ว ตีเก๊หมดเลย

นายหมู ลงอวยนึกขึ้นมาได้ เดินย้อนกลับไปหาเสี้ยนไข่น้อยเพื่อตกลงขายพระให้เสี้ยนไข่น้อยในราคาห้าพันบาท

"อ่าว..พี่ ข้างในพวกHIAๆ(แล้วแต่จะออกเสียง)เสี้ยนทั้งหลายดูแล้วไม่เอาแสดงว่าไม่ดีแล้วแหละ ผมขอผ่านดีกว่านะพี่ ผมก็ไม่ค่อยแม่น"

นายหมู ลงอวยชักเริ่มป๊อด นึกในใจซวยแล้วสิกรู ไอ้เสี้ยนไข่น้อยให้ห้าพันกรูดันไม่ขาย ตอนนี้เสี้ยนไข่รวมก็ตีเก๊หมดเลย

นายหมู ลงอวยชักหมดความหวังกำลังจะเดินออกจากกระทะ เอ้ย!! สนามพระอันทรงเกลียดด้วยจิตใจหดหู่

แต่กรรมมันดันโดดเกาะไหล่นายหมู ลงอวยออกมาด้วย

"มีพระอะไรมาดูมั้ยครับพี่" สิ้นเสียงนรก เอ้ย!! เสียงสวรรค์นายหมู ลงอวยหันควับไปตามที่มาของเสียงทันที

กระทาชายนายหนึ่งมีนามมังกรว่า เสี้ยนไข่ต้มยืนยิ้มอย่างเป็นมิตรไมตรีรอต้มไข่รายต่อไปอยู่

นายหมู ลงอวยมีแววตาฉายแสงแห่งความหวังว่าวันนี้กรูไม่ต้องกลับบ้านมือเปล่าแล้ว

"มีครับ" นายหมู ลงอวยไม่รอช้า

"ว๊า..พระรุ่นนี้ดูยากอ่ะพี่ ผมก็ไม่ได้เล่นสายนี้ด้วย พี่ตีแพงมั้ยครับ ถ้าไม่แรงมากจะซื้อไว้ศึกษาดู"

นายหมู ลงอวยคิด..ถ้ากรูตีเป็นหมื่นมันไม่เอาแน่เลย งั้นกรูตีแค่ห้าพันดีกว่าอย่างน้อยก็ได้ราคาเท่ากับที่ไอ้เสี้ยนไข่น้อยมันตีให้ตอนแรกละว่ะ

"ห้าพันละกันครับพี่ ผมก็ไม่ใช่คนเล่นพระไม่รู้เค้าเล่นกันเท่าไร" นายหมู ลงอวยเริ่มติดเชื้อตอแหลหลังจากเหยียบเข้าสนามอันทรงเกลียดโดยไม่รู้ตัว

"สองพันได้มั้ยพี่ ผมไม่เป็นจริงๆ พระรุ่นนี้ดูก็ยาก เก๊ก็เยอะ กะว่าถ้าไม่แพงก็จะช่วยซื้อเอาไว้" เสี้ยนไข่ต้มใช้วิชาแหลขี่พายุทะลุฟ้า

(..เอาว่ะ กำขี้ดีกว่ากำตด..) นายหมู ลงอวยใช้หัวนิ้วโป้งตีนข้างซ้ายคิด

"เอาก็เอาครับพี่ ผมก็ไม่รู้เค้าเล่นกันเท่าไร พี่ก็ไม่เป็น ถือว่ามัสยิด(วัด)กันไปละกัน"

อีกมุมหนึ่งของสนามอันทรงเกลียด หลังสิ้นเสียงหมูตกลงไปอวยดังจ๋อมได้ 5 นาที..

ทั้งเสี้ยนไข่น้อย เสี้ยนไข่ย้อย เสี้ยนไข่ยาน เสี้ยนไข่ทั้งหญ่ายทั้งยาน และสุดท้าย เสี้ยนไข่ต้ม

มาสุมหัวรวมไข่กัน ณ ที่แห่งหนึ่ง พร้อมทั้งตักหมูที่ต้มสุกแล้วในอวยใบใหญ่แบ่งกันกินอย่างเอร็ดอร่อย



Link :
อุโมงค์ข้อมืออักเสบ จากการเล่นคอมพิวเตอร์  Update : 23/2/2561 (8000)
เล่นคอมพิวเตอร์นาน เสี่ยงระบบประสาทเสื่อม  Update : 23/2/2561 (5112)
วิธีดูพื้นเหรียญปั้ม  Update : 23/2/2561 (14866)
อาการชาปลายนิ้ว...คนไอที ควรระวัง  Update : 23/2/2561 (6592)
ปลายประสาทอักเสบ  Update : 23/2/2561 (6648)
แก้อาการ ปวดหลัง ปวดไหล่ จากการเล่นคอมพิวเตอร์  Update : 23/2/2561 (9330)
เรื่องใกล้ตัวแมลงกินพระเนื้อว่าน  Update : 23/2/2561 (11862)
เรียนเชิญเพื่อนชาวพุทธ ไหว้พระหน้าคอมออนไลน์ ๕๐๐ กว่าวัด  Update : 23/2/2561 (2711)
วิธีเขียนดวงชะตาให้ตนเอง  Update : 23/2/2561 (2073)
ความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับศาสตร์ของตัวเลขมงคลต่างๆ  Update : 23/2/2561 (1798)
เรื่องที่คนเล่นพระต้องรู้ แต่เซียนพระไม่อยากอ่าน  Update : 23/2/2561 (2629)
ห้าม 5 ต้อง 5 สลายโรคร้าย  Update : 23/2/2561 (1529)
สูตรสมการแห่งชีวิต  Update : 23/2/2561 (1489)
สมุนไพรรักษาโรค สูตรดื่มน้ำมะกรูดผสมโซดา ลดไขมันในเลือด  Update : 23/2/2561 (1580)
ระบบโซล่าเซลล์  Update : 23/2/2561 (535)
ต่อไปนี้ไม่ต้องกลัว. ผึ้ง แมลง. สัตว์กัดต่อยกันอีกแล้ว  Update : 24/12/2559 (121)
โลกเปลี่ยน...คนเป็นครูต้องตีลังกากลับหัวคิดสอนแบบเดิมไม่ได้แล้ว!!  Update : 24/12/2559 (95)
ระหว่างมื้อเที่ยง ค่อยๆอ่านไปนะ  Update : 24/12/2559 (104)

หน้าแรก

Copyright © นายดิทคอดคอม All Rights Reserved.